วิเคราะห์เจาะลึกไฟนอล 12 - เกริ่นนำ
posted on 28 Apr 2006 18:01 by mastermune in FF12-Analysisเอาล่ะครับ...หลังจากที่เราได้มันส์กับไฟนอล 12 กันมาพอสมควร
ได้เก็บเกี่ยวความประทับใจ ความสนุกสนาน กันถ้วนหน้าทุกคน
เวลาก็ผ่านมาได้สักระยะหนึ่งนับจากที่เกมส์ออกมา
ก็มีคนเล่นจบกันไปหลายคน ปริศนาต่างๆความลับในเกมส์
ได้รับการร่วมมือร่วมใจจากเกมเมอร์หลายท่านทั้งในและต่างประเทศ
ช่วยกันไขออกมา จน ณ เวลานี้ คิดว่าทุกอย่าง
กระจ่างแจ้งหมดแล้ว ในเรื่อง Gameplay
แต่ในแง่เรื่องราวของภาค 12 นี่สิ....ยังคงมีความคาใจ
แทบจะเป็นธรรมเนียมทุกครั้งที่ไฟนอลออกภาคใหม่มา
ต้องมีประเด็นให้เก็บไปขบคิด
ต้องมาตีความว่าภาคนี้ทีมงานต้องการสื่อถึงอะไร
ภาค 12 เป็นภาคที่ผมคาดหวังในเนื้อเรื่องมากกว่าเรื่องระบบการเล่นซะอีก
เพราะทีมเขียนบทภาคนี้ เคยฝากผลงานที่ทำเอาตะลึง
อึ้งจนต้องอุทานว่า "คิดได้ไงวะ"
เมื่อแกะความหมายของเนื้อเรื่องที่ต้องการจะสื่อออกมา
ประวัติซ้ำรอย
จาก FFT มา FFTA และมาที่ FF12 เหมือนประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ช่วงแรกที่เกมส์ออกมา ต้องมีคนวีนและโวยในเนื้อเรื่อง
ขนาด FFT เกมส์ระดับขึ้นหิ้งบูชา ช่วงที่เกมส์มาใหม่ๆ
จะมีซํกกี่คนที่เข้าใจเนื้อเรื่องของมันจริงๆ
"สนุกดีแต่ไม่เข้าใจเนื้อเรื่อง" แทบจะพูดอย่างนี้กันเป็นเสียงเดียว
FFT เนื้อเรื่องมันลึกและละเอียดอ่อนเอามากๆ
FFTA ก็โดนโวยเนื้อเรื่องอย่างเสียๆหายๆ
อย่าว่าแต่เขาเลยครับ ผมก็เป็น "เฮ้ย!!ผิดหวังวะ"
จนผมมานั่งอ่านทฤษฎีของฟอยร์ด โอ้ว..นี่มัน!!!!!!
ภาค 12 ก็เช่นกัน หลายเสียงจากหลายที่
ต่างก็บ่นถึงเนื้อเรื่องของภาคนี้ ว่าเป็นจุดบอดของเกมส์
เนื้อเรื่องไม่เร้าใจ ไม่มีเหลี่ยมไม่มีขื่อ
ความสัมพันธ์ตัวละครหลวมๆ พระเอกบทน้อยเป็นพระเอกได้ไงฟ่ะ
เว้นวรรค ช่องวาง เพื่อให้เกิดมุมมอง
สำหรับผมแล้วเนื้อเรื่องภาคนี้ไม่แย่น่ะ
ภาค 12 เน้นเล่าเรื่องภาพรวมใหญ่ๆแทน
การดำเนินเรื่องเห็นต้นก็เดาท้ายออก ไม่มีอะไรซับซ้อนหักมุม
ทีมเขียนบทกลับเลือกที่จะตัดรายละเอียดของตัวละครลง
เว้นวรรคช่องว่างไว้ ให้ผู้เล่นเข้าไปได้
ช่องว่างนั้นก็คือ มุมมองของแต่ละตัวละคร
ที่ผู้เล่นต้องคิดตาม ต้องมองในมุมมองของตัวละครนั้นๆ
- อาเช่เห็นฮามะเซคิเป็นลาสลา วานเห็นเป็นเร็คส์ แล้วเราผู้เป็นผู้เล่นเห็นเป็นอะไรล่ะ
- ฟรานบอกว่า ตัวเองไม่ได้ยินเสียงของป่าอีกแล้ว
แต่จริงๆแล้ว ปิดกั้นจิตใจไม่ฟังหรือไม่ได้ยินกันแน่
"วิเอร่าเป็นส่วนหนึ่งของป่า แต่ป่าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของวิเอร่า"
"บอกฉันทีสิ ป่าเกลียดฉันหรือป่าว!!?"
- บัลเฟลย์ ผู้ที่เกิดมาในตระกูลที่เพียบพร้อมทุกอย่าง
แต่กลับหันหลังให้ลาภ ยศ สรรเสริญ ดูเหมือนเขาจะเป็นวีรบุรุษ
ที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่จริงๆเขาอาจเพียงแค่ต้องการหนีออกจากบ้านเท่านั้นเอง
ซึ่งวิธีเขียนบทแบบนี้ ผมมองว่ามันเขียนยากและง่ายในตัวเดียวกัน
ทั้งทางด้านการสื่อสารกับผู้ชม และ การเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
การเว้นช่องว่างให้คนดูเติมเต็มเข้าไปเอง
เป็นเทคนิคเติมสเน่ห์อย่างนึงให้เนื้อเรื่อง ให้ผู้ชม หยิบมาพูดไม่รู้จบ
ไฟนอล 12 ใช้วิธีเขียนบทในรูปแบบนี้ ในแง่รายละเอียดตัวละคร
ทำให้มองผิวเผิน ตัวตนของตัวละครในไฟนอล 12 มันช่างเบาบางเจือจางเหลือเกิน
พระเอก ?
ในเรื่องคอนเซปต์ภาพรวมของเนื้อเรื่อง ก็คือ การเดินทางกู้ชาติของอาเช่
ส่วนวานเป็นแค่คนธรรมดาที่บังเอิญมาพบมาเจอ
ทำไมวานถึงเป็นพระเอกของภาคนี้ ทั้งที่บาชและบัลเฟลย์น่าจะเป็นพระเอกมากกว่า
อืม...แต่ผมคิดว่ามันเหมาะสมน่ะ ทีมงานเลือกวานให้เป็นพระเอกของเรื่อง
เพื่ออยากให้เรามองในมุมมองของวานให้มากที่สุดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอิวาซลิค
วานเป็นตัวละครที่ออกแบบให้เป็นคนธรรมดามากที่สุด การพูด การคิด การแสดงออก
เวลาพูดกับอาเช่ก็ใช้สรรพนามเรียกไม่ถูก นั่นเจ้าน่ะ
ไม่ใช่เพราะวานไม่รู้ที่ต่ำที่สูง แต่มันไม่รู้จริงๆว่าควรพูดยังไง
คิดอะไรก็สั้น ๆซื่อๆตรงๆ
"พี่ฉัน บ้าชมัดดันไปสมัครเป็นทหารตอนแพ้สงคราม"
"ตายไปแล้วทำอะไรได้"
ทีมงานอยากให้เรามองโลกในสายตาของวาน ที่ง่ายๆซื่อๆ
เนิ้อเรื่องในภาค 12 เกี่ยวข้องกับการเมือง การสงคราม
ซึ่งเป็นเรื่องชวนเครียด สำหรับประชาชน มันดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว
วานก็คือประชาชนเดินดินธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ใส่ใจการเมือง เห็นเท่าที่เห็น พูดเท่าที่รู้
รู้สึกจากตาที่ดู นั่นแหละครับมุมมองที่ทีมงานอยากให้เรามอง
- บรรดาผู้ลี้ภัยทางสงครามที่หันไปพึ่งเมืองของศาสนจักรบูลมิเซส
ปกครองด้วยสังฆราชอนัสตาซิส เพราะคิดว่าเมืองที่เป็นกลางจะทำให้เขาปลอดภัย
แต่ก็ยังถูกโจมตีจนสังฆราชอนัสตาซิสสิ้นพระชนม์
ในความเป็นจริงของสงคราม มันไม่มีที่ใดที่ปลอดภัย
- เมื่อเดินทางมาถึงอัลเคดิส วานตื่นตาตื่นใจถึงความเจริญของเมืองนี้
ระบบการปกครองประชาธิปไตยของอาเคเดีย นั้นดีจริงๆ
บ้านเมืองเจริญ การทหารเข้มแข็ง การค้าขายรุ่งเรือง
แต่ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยก็มากขึ้นทุกที จนแทบแบ่งชนชั้นกัน
จากที่เล่นมาบรรยากาศของเกมส์ที่ผมมองจากมุมมองของวาน มันมองได้แบบนั้นจริงๆ
มุมมองอื่น
นอกจากมุมมองง่ายๆซื่อๆของวาน ทีมเขียนบทก็ยังสอดแทรกเรื่องราว
ให้เรามองกลับไปอีกด้าน ผ่านตัวละครอื่นๆ ถึงแม้จะโผล่มาแค่ประเดี๋ยว
แต่เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อเรื่องได้มากโข
ซึ่งทีมงานคงอยากให้เรามองไปอีกด้านหนึ่งของการเมือง
- ออนดอลผู้ที่พยายามทำตัวเป็นกลางทางการเมือง
- คณะสภาสูงที่ต้องการให้ลาซ่าเป็นจักรพรรดิ เพื่อใช้เป็นหุ่นเชิดเพราะเห็นเป็นเด็ก
ลึกๆในใจก็ต้องการโค่นอำนาจตระกูลโซลิดอล
- อัลซิด ผู้ดีเจ้าสำราญ ตระกูลมัลการัสผู้ปกครองโรซาเรีย ที่คานอำนาจกับอาเคเดียอยู่
- จูลเจ้าแห่งข่าวสารเมืองอัลเคดิส ลูกน้องเก่าของฟามรัน อดีตของบัลเฟลย์
- เรดัส อดีตจัดจ์มาสเตอร์ ผู้เข้าใจถึงความน่ากลัวของฮามะเซคิ
ถึงยอมหันหลังให้จักรวรรดิ
สิ่งที่ทีมงานต้องการจะสื่อในภาค 12 คืออะไร ?
ถ้าถามผมว่า ภาค 12 นี้ ประเด็นคอนเซปต์หลักของเรื่องคืออะไร
จากที่เล่นมาตามความเข้าใจ น่ะครับ
ถ้าให้ผมตอบว่า "การค้นหาตัวเองและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น" มันก็ใช่น่ะ
เนื้อเรื่องของภาค 12 หลักๆก็เป็นเรื่องของอาเช่
ที่แยกแยะระหว่างอารมณ์แค้นส่วนตัวกับความแค้นของประเทศชาติไม่ออกจากกัน
จนท้ายของเรื่องเธอถึงเข้าใจ
หรือให้ตอบว่า "ประวัติศาสตร์กับหน้าที่" ก็ถูกอีกเพราะต้นเหตุของเรื่องก็คือ
พวกโอคิวเรียที่อ้างว่าตัวเองคือพระเจ้า มอบฮามะเซคิให้จอมราชันย์รอสเวล
รวบรวมอิวาซลิคเป็นหนึ่ง ทุกอย่างอยู่ในควบคุมมาตลอดประวัติศาสตร์
เป็นไปตามที่พวกนั้นคิด จนเวเนสหนึ่งในพวกโอคิวเรีย
เบื่อหน่ายที่จะทำเช่นนั้นต่อไปถึงออกมา พบกับเวนและซิด
มอบวิทยาการ ความรู้ต่างๆให้ จนสร้างฮามะเซคิขึ้นมาเองได้
แต่แผนจริงๆ ก็เพื่อเอาไปต่อกรกับฮามะเซคิของพวกโอคิวเรีย
ทำลายระบบเก่าทิ้งไปซะ เพื่อสร้างฮามะเซคิอันใหม่
ที่ดูดพลังจากหม่อนไหมจนหมดสิ้น แต่การที่จะไปหม่อนไหมนั่นได้
ต้องมีคนที่ได้รับเลือกจากพวกโอคิวเรีย ถึงจะไปที่แห่งนั้นได้
เพียงเพื่อจุดประสงค์แค่นี้ ถึงกลับก่อสงคราม โศกนาฎกรรม เพื่อบีบให้มีวีรบุรุษเกิดขึ้น
ซึ่งวีรบุรุษ อ๋อ ..ไม่สิต้องเรียกวีรสตรี คนๆนั้น ก็คือ "อาเช่"
เหตุการณ์เป็นไปตามแผน อาเช่ไปกิลเวกันพบพวกโอคิวเรีย พวกนั้นยอมรับในอาเช่
เลือกให้อาเช่ไปสกัดฮามะเซคิชุดใหม่ออกมา
เดินตามรอยทางจอมราชันย์รอสเวลที่เคยเดินมาในสมัยก่อนเมื่อนานมาแล้ว
แต่เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่ะ สาเหตุที่แท้จริงแล้วก็คือ
เวเนส ต้องการทำลายความเป็นอมตะของตนเอง
ทำลายประวัติศาสตร์ของฮามะเซคิที่ยาวนาน ล้มล้างระบบที่พวกโอคิวเรียสร้างขึ้นมา
ความเป็นอมตะของพวกโอคิวเรีย ก็คือหม่อนไหมพวกนั้นนั่นเอง
เมื่อมันสุญสลายทุกอย่างก็จบสิ้น สมตามปราถนาของเวเนสทุกประการ
หมดหน้าที่ที่เขาต้องเฝ้าดูอิวาซลิคอีกต่อไป
ส่วนพวกโอคิวเรียที่กิลเวแกนก็คงสูญสลายในไม่ช้า
..ประเด็นคอนเซปต์ "ประวัติศาสตร์กับหน้าที่"
น่าจะตรงกับที่ทีมงานต้องการจะสื่อมากที่สุด
แต่ผมมองว่า จริงๆแล้วที่ทีมงานต้องการจะสื่อก็คือเรื่อง "การเมือง"
เนื้อเรื่องของภาค 12 คอนเซปต์หลักคือเรื่องการเมืองล้วนๆ
-การเมืองที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ที่เรามองผ่านจากมุมมองของวาน
- การเมืองในแบบเผด็จการของเวน เพื่อความคงอยู่ตระกูลโซลิดอล
จะเห็นได้ว่าเวนรักน้อง ซึ่งก็คือ ลาซ่าเอามากๆ ทั้งๆที่เคยฆ่าพี่น้องตัวเองมาก่อนแล้ว
ทำไมคนใจหินแบบนั้น ถึงรักน้อง แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต
ผมขอเดาว่า จักรพรรดิกรามิส น่าจะมีพระสนมหลายคน
เวนกับลาซ่า น่าจะมีแม่คนเดียวกัน เวนอยากให้น้องเป็นจักรพรรดิผู้ทรงธรรม
ส่วนตัวเองขอมือเปื้อนเลือดกรุยทางให้น้อง
สวมบทเป็นทรราชย์ เพื่อความปึกแผ่นและเกรียงไกรของบ้านเมือง
- การเมืองในแบบมุมมองนักรบ ของบาช ,กาบรัส , เรดัส, วอสลา
- การวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของออนดอล
- การเมืองในแบบอัลซิด เน้นสร้างความสงบสุขสันติ เพื่อตัวเองจะได้สำราญต่อไป
แต่จริงๆแล้วอาจทำเพื่อประชาชนก็ได้น่ะ
Related Links :
» FF12 - Yazmat คือ โปรดิวเซอร์แน่หรือ
» ธีมหลักของภาค 12 ออกแบบมาจากอะไร
» FF12-สัตว์อสูรทั้ง 13 ตน ใครเป็นคนสร้าง