Devil May Cry ปีศาจสะอื้นสี่ก็มีตำนาน
posted on 09 Sep 2008 15:11 by mastermune in Analysis
บทความนี้เป็นบทความที่เขียนให้นิตยสาร EGM ลงฉบับที่เท่าไรหว่า จำไม่ได้.. 
น่าจะเป็นฉบับเดือนมีนา เมษา ...เห็นว่าหนังสือได้จำหน่ายไปนานหลายเดือนแล้ว
ผมก็ขอยกบทความมาแปะไว้ที่ Blog นี้ด้วย เพื่อเป็นการ Backup งานของตัวเอง
และให้เพื่อนที่ไม่ได้ซื้อหนังสือได้มีโอกาสรับชมกันถ้วนหน้า
--------------------------------------------------------
หลายคนคงได้ลิ้มลองความมันส์ของ Devil May Cry 4 กันไปแล้ว
เป็นไงบ้างครับ สนุกสะใจดีมั้ยเอ่ย หวังว่าคงถูกใจกันถ้วนหน้า
ทั้งตัวละครใหม่อย่างเนโรและดันเต้เจ้าเก่าที่ยังคงลีลายียวนกวนส้นเหมือนเคย
เพื่อตามกระแสความแรงของเกม วันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานที่มาของบอสและอาวุธ
ใน Devil May Cry 4 กันครับ บรรดาบอสที่ถูกเรียกมาจากประตูนรก
ล้วนเป็นมอนสเตอร์ระดับขาใหญ่ของโลกปีศาจทั้งนั้น มาแลดูสิมีใครบ้าง

Berial
เบเรียล (จริงๆแล้วต้องอ่านว่า “เบลิอาล”) เรื่องราวของเบเรียล ปรากฎอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
เดิมทีเป็นเทวทูต ข้ารับใช้ของพระเจ้า แต่กลับไปเข้าร่วมกลุ่มกับลูซิเฟอร์ก่อกบฎบนสวรรค์
จึงถูกเนรเทศไล่ไปอยู่ในนรก อำนาจและฐานะของเบเรียลในโลกปีศาจถือว่าใหญ่มากครับ
เป็นรองแค่ชาตานเท่านั้นเอง แต่บางตำนานก็กล่าวว่า เบเรียลเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของลูซิเฟอร์
อีกตำนานที่น่าสนใจชองเบเรียล ก็คือเรื่องของจอมราชันย์โซโลมอน
โซโลมอนเป็นกษัตริย์ยิวยุคโบราณเป็นคนที่มีความสามารถมากโดยเฉพาะเรื่องเวทย์มนต์
เรียกว่าเป็นจอมเวทย์ระดับตำนานของโลกเลยก็ว่าได้ครับ

เพราะเขาสามารถอัญเชิญปีศาจทั้ง 72 ตนออกมาจากผนึก และได้ทำพันธะสัญญาให้ป็นข้ารับใช้
สุดยอดมั้ยละ ใช้สัตว์อสูรได้ตั้ง 72 ตน ซึ่งเบเรียลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
โดยจะอยู่ลำดับที่ 68 มีสมญานามว่า “ราชาเบเรียล”

รูปร่างของเบเรียลตามตำนาน จะมีลักษณะเป็นเทวทูตหรือปีศาจสองตน นั่งอยู่บนบัลลังค์เพลิงรุมล้อมตัว
ใน Devil May Cry 4 จะใช้คอนเซปต์เพลิงล้อมตัวเป็นไอเดียในการออกแบบเบเรียล
เบเรียลเป็นตัวแทนความชั่วร้ายที่เกิดจากการพูดปด คำว่า “Liar” ที่แปลว่าโกหก
ก็มีที่มาจากชื่อเบเรียลนี่แหละครับ

Bael
บาล (บาอัล) ก็เป็นหนึ่งใน ปีศาจ 72 ตนเช่นกันครับ จะอยู่ลำดับแรก มีสมญานามว่า “ราชาบาล”
รูปร่างของบาลนั้นจะมีหลายรูปร่าง เป็นแมวบ้าง เป็นมนุษย์บ้าง เป็นคางคกบ้าง
หรือจับเอาทั้งสามร่างมาผสมกันก็มีครับ จะเป็นในลักษณะมีสามหัว หัวแมว หัวคน และหัวคางคก

แต่ใน Devil May Cry 4 จะออกแบบโดยยึดเอารูปร่างตอนเป็นคางคก
บาลเป็นผู้คุม 66 กองทัพจากขุมนรก เรียกว่าใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยแหละครับ
บาลเป็นตัวแทนของบาปที่เกิดจากความขี้เกียจ ผู้ใดโดยบาลครอบงำจะไม่มีกระจิตกระใจทำการทำงาน
มีแต่ความเกรียจคร้าน พลัดผ่อนไปเรื่อยๆ ทำอะไรก็ไม่ค่อยดี ผลงานออกมาก็ลวกๆ ทำส่งเดชไปวันๆ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยโดนบาลครอบงำจิตใจมาแล้ว ผมก็เคยครับ แหะ แหะ...เป็นบ่อยด้วย

Echidna
อิคิดน่า ปีศาจตนนี้สำคัญมากครับ เพราะเป็น มารดาของงอสูรกายระดับตำนานหลายตน
ลูกแต่ละตัวที่นางให้กำเนิด มีแต่ร้ายๆก่อปัญหาทั้งนั้น และก็เป็นใบเบิกทางสร้างตำนานผู้กล้ามานักต่อนัก
เรื่องของอิคิดน่า มาจากตำนานเทพปกรณัมกรีก ในตำนานกล่าวว่า เธอเป็นหญิงสาวสวยเซ็กซี่
แต่ท่อนล่างกลับเป็นงูใหญ่ยักษ์ขนาดมหึมา อีกทั้งสามีของเธอนั้นถือว่าไม่ธรรมดาเป็นอสูรกายที่ร้ายกาจที่สุด
จนแม้แต่มหาเทพซุสและเหล่าคณะเทพโอลิมปัส ยังต้องเคยเผ่นกระเจิงมาแล้ว
สามีของอิคิดน่า ก็คือ “ไทฟอน” (Typhon)

บรรดาลูกๆที่เกิดจากการสมรสระหว่างไทฟอนกับอิคิดน่า ก็มีหลายตัวนะครับ เน้นแต่ตัวเด่นๆดังๆก็ได้แก่
- สิงโตนีเมียน คงกะพันฟันแทงไม่เข้า
- เซอร์บีรุส สุนัขยามเฝ้าประตูนรก
- ไฮดรา งูน้ำหัวงอกได้
- เลดอนมังกรร้อยหัว ยามเฝ้าแอปเปิ้ลทองคำ
ทั้งสี่ตัวนี้ โดนเฮอร์คิวลีส สอยเรียบปราบหมด
- คิเมร่า ตัวประหลาดร่างผสมสิงโต แพะ งู เจ้าตัวนี้โดนผู้กล้าเบลเลอโรฟอนกับม้าบินเปกาซัสคู่ใจรุมยำ
- สฟิงซ์ หน้าคนตัวเป็นสิงโต เจ้านี่แพ้ภัยตัวเองตายครับ สฟิงซ์จะตั้งคำถาม
ถามคนที่เดินผ่านมาในบริเวณที่มันอยู่ ถ้าตอบไม่ได้ก็จะจับกินเป็นของว่าง
แต่วันนึงโอดิอุสเดินผ่านมา และตอบคำถามที่มันถามได้ ด้วยความเสียใจและเสียหน้า
สฟิงซ์ก็เลยฆ่าตัวเองตายด้วยการกระโดดบินไปที่สูงแล้วโหม่งพื้นลงมา ดับสนิทตายอนาถ
ผ่านไปแล้วครับกับประวัติตำนานบอสจากประตูนรก ทีนี้เรามาต่อกันด้วย ตำนานที่มาของชื่ออาวุธในภาค 4

Gilgamesh
ชุดเตะต่อยมหาสนุก กิลกาเมช เป็นชื่อของกษัตริย์ในยุคโบราณ ประมาณเกือบๆสามพันปีก่อนคริสตกาล
เขาเป็นเจ้าผู้ครองนครอุรุคแห่งอาณาจักรบาบิโลเนีย เรื่องราวของกิลกาเมชได้ถูกบันทึกลงศิลาจารึก 12 แผ่น
เป็นบทกวีร่ายยาว เรียกว่า “มหากาพย์กิลกาเมช” น่าจะถือได้ว่าเป็นมหากาพย์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

ลักษณะของกิลกาเมชในตำนาน จะเป็นชายรูปร่างสู้ใหญ่ กำยำ กล่าวกันว่าเลือดในตัวเขา
มีเลือดของเทพผสมอยู่ด้วย จึงทำให้เขามีพลังกำลังมหาศาล ดังนั้นลักษณะการต่อสู้ของกิลกาเมช
ก็จะเน้นการใช้กำลังเพียวๆเข้าสู้ คาดว่าทีมงานคงใช้คอนเซปต์นี้มาตั้งชื่อชุดเตะต่อย

Pandora’s Box
กล่องมหัศจรรย์พันลึก อะไรมันจะดัดแปลงพลิกแพลงได้ขนาดนั้น
กล่องแพนโดร่ามีตำนานมาจากเทพปกรณัมกรีก เรื่องราวที่มาของกล่องนี้ต้องเล่าย้อนหลังยาวซะหน่อยนะครับเรื่องมันมีอยู่ว่า ในยุคโบราณกาลสมัยสร้างโลกขึ้นมาใหม่ๆ โพรมิทีอุสกับเอพิมิทิอุส สองพี่น้อง
ถูกเหล่าเทพเจ้าเรียกตัว ให้มาช่วยงานสร้างมนุษย์และบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย
โพรมิทิอุสคนพี่รู้สึกภูมิใจในผลงานที่ชื่อว่า “มนุษย์” นี้มาก
ทุกครั้งที่มีเรื่องมีราวเขามักจะให้ท้ายพวกมนุษย์เสมอ
จนวันนึงเขาได้ไปขโมยไฟบนสวรรค์ ลงมามอบให้พวกมนุษย์

เรื่องนี้ทำให้มหาเทพซุสโกรธกริ้วมาก จึงจับโพรมิทิอุสไปลงโทษโดยการล่ามเขาไว้บนโขดหิน
อีกทั้งยังให้แร้งคอยลงมาจิกฉีกตับกิน ที่ร้ายที่สุดก็คือ ให้ทุกๆวันบาดแผลจากที่โดนแร้งจิกจะหายไป
และแร้งก็จะย้อนลงมาจิกฉีกตับกินใหม่ ทำให้โพรมิทิอุสเป็นอมตะต้องวนเวียนทรมานสาหัสแบบนี้ไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งถึงยุคผู้กล้าเฮอร์คิวลีสได้เข้ามาช่วยเหลือ เขาถึงได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระจากพันธนาการนี้เสียที
มนุษย์ในยุคโบราณนั้นมีแต่ความสุขไม่รู้จักความทุกข์ อีกทั้งโพรมีทีอุสยังจะมอบไฟให้ไปอีก
ไม่รู้มันจะสุกจนสุขไปถึงไหน เรื่องนี้คงความโมโหโกรธาให้มหาเทพซุสยิ่งนัก
จึงทรงเรียกประชุมเหล่าเทพเจ้าวางแผนครั้งใหญ่ โดยให้ดำเนินการสร้างมนุษย์สตรีที่งดงามขึ้นมาคนนึง
แล้วตั้งชื่อเธอว่า “แพนโดร่า” จากนั้นส่งมอบนางให้เอพิมิทิอุส ผู้เป็นน้องชายของโพรมิทิอุส
แรกพบเอพิมิทิอุสก็ตกหลุมรักแพนโดร่าซะแล้ว ตกลงรับนางเป็นภรรยาทันที

ในระหว่างที่นางอาศัยอยู่กินกับเอพิมิทิอุส วันนึงเทพเมอร์คิวรี่ได้บินผ่านมาเยี่ยมเยียน
พร้อมขอร้องให้ช่วยรับฝากกล่องใบนึงให้หน่อย และสั่งว่าห้ามเปิดกล่องดูโดยเด็ดขาด
ซึ่งกล่องนั้น เป็นกล่องที่พวกเทพเจ้า จับเอาสิ่งไม่ดีทุกอย่างมายัดรวมกันไว้ อัดแน่นเต็มพิกัด
ตัวเอพิมิทิอุสเองเข้าใจว่าสิ่งใดที่เทพเจ้าห้ามก็คือห้ามจริงๆ โดยนิสัยเขาจะไม่ฝ่าฝืนเด็ดขาด
พร้อมทั้งกระชับเตือนภรรยาเสมอ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แพนโดร่ายิ่งโดนห้ามจากสามีเท่าไร
ความอยากรู้อยากเห็นของนางก็มากขึ้นทุกที
และแล้ววันแห่งโชคชะตาก็มาถึงจนได้ วันนั้นเผอิญเอพิมิทิอุสไม่อยู่บ้าน
เป็นโอกาสทองของแพนโดร่า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มันจุกอกจะแตกตาย
ว่าแล้วนางก็ตรงดิ่งไปเปิดกล่องทันที ความเจ็บปวด ความโศกเศร้า ความชั่วร้าย โรคภัยทั้งหลาย
ความทุกข์ทั้งมวล พรั่งพรูออกมาจากกล่องใบนั้น

เอพิมิทิอุสกลับมาถึงบ้านพอดี ถึงได้รู้ว่าเมียเขาทำเรื่องซะแล้ว
ด้วยสิ่งที่ออกมาจากกล่องนั่นทำให้ทั้งแพนโดร่าและเอพิมิทิอุสต่างร้องไห้คร่ำครวญเจ็บปวดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง ในขณะนั้นนั่นเองก็มีสิ่งสุดท้ายที่หลุดออกมาจากกล่องแพนโดร่า เป็นประกายแสงริบหรี่
สิ่งนั้นก็คือ “ความหวัง” ความหวังได้รักษาเยียวยาสองผัวเมีย
แล้วก็บินจากไปต่อสู้กับพวกความทุกข์ที่ออกมาก่อนหน้านี้
ประวัติกล่องแพนโดร่า ก็มีดังนี้แหละครับ สาเหตุความทุกข์ของมนุษย์ เกิดมาจากความอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง
แต่ถึงจะทุกข์มากมายขนาดไหน สุดท้ายก็ยังมีความหวัง ให้เป็นกำลังใจต่อสู้ฝ่าฟันต่อไป
ในคัทซีนฉากที่ดันเต้ได้กล่องแพนโดร่า สังเกตดีๆ สิ่งสุดท้ายที่จะออกมา
เป็นประกายแสงแว่ปๆ จะหลุดออกมา แต่ดันเต้เตะตบกล่องปิดทิ้งซะก่อน ทีมงานเข้าใจเล่นมุกดีครับ

Lucifer
เป็นอาวุธที่ดูพิศดารใช้แล้วสนุกแปลกๆดีครับ คนออกแบบนี่ก็ช่างทำเหลือเกิน
ลูซิเฟอร์ เป็นชื่อของจ้าวแห่งโลกปีศาจดินแดนขุมนรก เดิมทีเป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์
มีฐานะรองแค่พระเจ้าองค์เดียว ลูซิเฟอร์มีรูปโฉมที่งดงาม มีปีก 12 ปีก
มีแสงสว่างรัศมีที่รายล้อมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใหญ่เกินเทพองค์ใด
แต่เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ อีกทั้งยังทรงเอ็นดู ทำให้ลูซิเฟอร์อิจฉา รวมทั้งแค้นเคือง
จึงหาสมัครพรรคพวกทำการก่อกบฎครั้งใหญ่บนสวรรค์ สงครามจบลงที่พวกลูซิเฟอร์พ่ายแพ้
ต้องตกลงมาจากสวรรค์ดิ่งลงสู่นรก กลายเป็นปีศาจที่พร้อมจะล่อลวงมนุษย์ให้ตกนรกตลอดเวลา

พวกปีศาจในขุมนรก ต่างก็เคยเป็นเทพอยู่บนสวรรค์มาก่อน แต่เพราะทำผิดใหญ่หลวงถึงกลายเป็นเช่นนี้
ตำนานเรื่องนี้บอกอะไรเราได้อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ปีศาจไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ตั้งแต่แรก ไม่มีใครเป็นคนไม่ดีตั้งแต่เกิด
แต่คนที่สร้างปีศาจก็คือตัวของเราเองนั่นแหละครับ ถ้าคุณทำเรื่องไม่ดีมากๆเข้า
คุณก็จะกลายเป็นปีศาจเข้าสักวัน

Red Queen & Blue Rose
จะพูดถึงแต่อาวุธของดันเต้อย่างเดียวก็กระไรอยู่ เดี๋ยวเนโรตัวเอกภาคสี่แท้ๆจะน้อยใจ พูดถึงสักนิดแล้วกันนะ
ราชินีแดงกับกุหลาบฟ้า สารภาพตรงๆครับ ผมมองไม่ออกว่าทีมงานใช้แรงบันดาลใจอะไร
ตั้งชื่อดาบกับปืนของเนโรอย่างนั้น

Blue Rose กุหลาบสีฟ้า โดยปกติกุหลาบสีนี้มันไม่ใช่จะหากันง่ายๆตามธรรมชาติ
ต้องใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ช่วย กุหลาบสีฟ้าก็มีความหมายในตัวของมันเองด้วยนะครับ
กุหลายสีฟ้า หมายถึง ความจงรักภักดีที่มีต่อนายเหนือหัว
Blue Rose อาจจะสื่อถึงราชาก็ได้ หากเรามองให้สอดคล้องกับ Red Queen ราชินีแดง

ส่วน Red Queen วินาทีแรกที่เห็นคำนี้ ผมนึกถึงไพ่แหม่มโพแดง ไม่ได้หมกหมุ่นการพนันนะครับ
เผอิญของมันคุ้นตา ถ้ากล่าวถึงตำนาน นิยาย หรือวรรณกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับราชินีแดง...

เท่าที่พอจะนึกออก ก็คงไม่พ้นราชินีในเรื่องอลิซผจญภัยแดนมหัศจรรย์ (Alice in wonderland)
ราชินีเจ้าอารมณ์ ผู้พร้อมสั่งประหารคนได้ทุกเมื่อ ซึ่งผู้ประพันธ์วรรณกรรมเรื่องนี้
ได้ใช้ไพ่แหม่มโพแดง มาออกแบบเป็นตัวราชินี
เอาล่ะครับ หน้ากระดาษหมดแล้ว หวังว่าทุกท่านคงจะเพลิดเพลินกับเนื้อหาที่ผมได้มานำเสนอ
Devil May Cry 4 ใครยังไม่ได้ลองเล่น อ่านคอลัมน์นี้จบแล้ว ก็รีบหามาเล่นนะครับ
รับประกัน สนุก มันส์ เพลินเกินหยุดมือ : )

ยังเล่นไม่ถึงไหนเลย งมๆอยู่ต่อไป(ตาค้างตอนเห็นหน้าเนโร)
ชอบเบเรียลมั่กๆ ถึงชอบมากขนาดไหนแต่ก็ไม่ค่อยอยากเจอเท่าไร =w=llll
#1 By ~•LuCiFelLo•~ค้างคาวแก่คาปไปร์ท on 2008-09-09 16:36