ยุคสมัยของเกมส์ RPG ฝั่งตะวันออกและวงการเกมส์บ้านเรา
posted on 19 May 2006 19:41 by mastermune in Talkขุดงานเก่าๆ บ่นเรื่อยเปื่อย มาแปะไว้ที่ Blog นี้ด้วย
แอบไปดู Blog ของ lastwaltz เห็นเขาเขียนถึงเรื่องเกมส์ RPG
http://lastwaltz.exteen.com/20060516/what-s-a-rpg-1
ก็เลยทำให้นึกถึงเจ้านี้
--------------------------------------------------------
ยุคสมัยของเกมส์ RPG ฝั่งตะวันออกและวงการเกมส์บ้านเรา
สำหรับ เกมส์ RPG ของทางฝั่งเอเซีย น่าจะแบ่งออก ได้เป็น 3 ยุค
อืม...ไม่ดีกว่า เอา 4 ยุคดีกว่า
- ยุคแรก ยุคบุกเบิก สมัยแฟมิคอม ปู่นินครองเมือง
ยุคนั้นยอมรับว่า ทางฝั่งเราหยิบเอาของฝั่งตะวันตก มาเลียนแบบเต็มๆ
ด้วยเทคโนโลยีไม่เอื้ออำนวยหรือเพราะความเป็นมือใหม่หัดขับ
ในช่วงแรกๆ เกมส์ออกจะลุ่มๆดอนๆอยู่บ้าง
จนกระทั่งหนุ่มน้อยนาม Yuji Horii
ได้แสดงฝีมือให้โลกได้รับรู้ถึง ปริศนามังกร Dragon Quest
นั่นแหละยุคของเกมส์ RPG ของชาวเอเซียก็เริ่มขึ้น
ในช่วงยุคบุกเบิก มีนักทำเกมส์ภาษาระดับตำนานเกิดขึ้นหลายคน
รวมทั้งเหตุการณ์สำคัญๆหลายอย่าง
ไม่ว่า จะเป็นเหตุการณ์การแทงหวยงวดสุดท้าย
ของโปรแกรมเมอร์ตกอับ Hironobu Sakaguchi
หรือการถือกำเนิดเกมส์ Action Rpg ที่ดีที่สุดตลอดกาล (ของผมน่ะ)
Zelda และอื่นๆอีกมากมาย
บ้านเราในสมัยยุคบุกเบิก ช่วงนั้นบ้านใครมีเกมส์ภาษาเล่นเยอะๆ นี่โคตรไฮโซเลยครับ
จะเช่าร้านก็ไม่ค่อยจะมีให้ยืม จะยืมเพื่อนมันก็ห่วงนักห่วงหนา
ถ่านเซฟเดี้ยงที โอ !!!! พระเจ้าทำไมกลั่นแกล้งลูกช้าง เช่นนี้!!!!!
บทสรุปก็หายากหาเย็น แถมตัวเกมส์ก็หินไม่ใช่เล่น
ใครเล่นเกมส์ภาษาจบได้เกมส์หนึ่ง ต้องยอมรับว่ามันโคตรเซียนจริงๆ
- ยุคสอง ยุครุ่งเรืองไอเดียบรรเจิดกระจาย ยุคเครื่องซูเปอร์ ปู่นินครองเมือง (อีกแล้ว)
เป็นยุคที่เกมส์ RPG ของฝั่งตะวันออก มีแนวทางของตัวเองชัดเจน
มี ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น
มีเกมส์ภาษาดีๆเกิดขึ้นมากมาย เล่นกันจนอิ่มเอม
นักทำเกมส์ภาษาได้ลืมตาอ้าปาก กันมากขึ้น
ไอเดียเกมส์เพลย์ดีๆออกมาอย่างไม่ขาดสาย
เป็นยุคที่มีการออกแบบระบบเกมส์ได้สมบูรณ์แบบที่สุด
ยุคสอง มันคือยุคทองของนักสร้างเกมส์ภาษาและคอเกมส์ภาษา จริงๆ
ในยุคนี้ที่บ้านเรา ตลับเกมส์ก็ยังโคตรแพงอยู่ดี
แต่โอกาสที่จะได้เล่นเกมส์ภาษากลับมากขึ้น
เพราะ "หัวโปรช่วยท่านได้"
- ยุคสาม ยุคปฏิวัติ ยุค Sony ล้มยักษ์CD ถูกๆมาแล้วจ้า!!!!!
ความจริงแล้วมันเริ่มขึ้นมาในช่วงปลายๆของยุคสอง
เมื่อการออกแบบระบบถึงจุดขีดสุด สิ่งหนึ่งที่ต้องพัฒนาตามนั่นก็คือ เนื้อเรื่อง
เมื่อพูดถึงเกมส์ภาษา พล็อตเรื่องที่จะเข้ามาในหัว คงไม่พ้นเรื่องเดิมๆ
เมื่อมาถึงยุคนี้ ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัยขึ้น ทำให้ถ่ายทอดจินตนาการได้ง่าย
การบรรจงสร้างสรร เนื้อเรื่อง ก็กว้างไกล ลึกมากขึ้น บางทีลึกซะจนเข้าไม่ถึงก็มี
มีการแสวงหาพล็อตเรื่องใหม่ๆประเด็นที่น่าสนใจ น่าจะหยิบจะจับมาสร้างเป็นเกมส์
ตัวเกมส์เนื้อเรื่องประทับใจตราตรึง
มีเหตุให้ตีความ อภิปรายกันเยอะแยะ
ผู้เล่นเต็มใจเป็นสาวกไม่รู้ตัว
ระบบการเล่นในช่วงยุคนี้ ผมมองว่ามันเป็นการต่อยอดจากยุคสองมากกว่า
เอาสิ่งที่ดีๆในยุคนั้น มาพัฒนาให้ดีขึ้น สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม
เติมเต็มด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ข้อจำกัดต่างๆในอดีตหายไป
ยุคนี้ วงการเกมส์ภาษาบ้านเราได้เปิดกว้างขึ้นมากกว่าเดิม
มือใหม่ของวงการนี้หลั่งไหลเข้ามา เพิ่มจำนวนประชากรไม่ขาดสาย
ด้วยภาพอันงดงามยวนใจ ล่อชายหญิงให้หลงลม
ตัวอย่าง ที่เห็นได้ชัดเจน ----> FF8
" พี่คะ สอนหนูเล่นไฟนอลหน่อย"
-ยุคสี่ ยุคปัจจุบัน Ps2 ครองเมือง ใครเน็ตแรงๆก็ได้เล่นเกมส์ไว นะจะบอกให้!!!!
เรียกว่ายุคอะไรดีล่ะ แล้วแต่คนจะเรียกแล้วกัน
(อาทิเช่น ถอยหลังลงคลอง , หม่ำมุขแป้ก ,หมดมุขแล้วว้อย!!!)
ในใจผมก็ยังมองว่าเรายังอยู่ยุคที่สามอยู่นะ ออกจะเป็นช่วงขาลงของเกมส์ RPG
ก็เป็นช่วงปลายๆ ของยุคสามแล้วล่ะ ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายเกมส์ภาษา
ระบบซ้ำซากจำเจ เอามุขเดิมๆมาใช้ ดัดแปลงไอ้นู่นนิด นี่หน่อย
ความสดใหม่ที่เคยได้สัมผัสในยุคทองเริ่มเจือจางหายไป
เกมส์ในยุคนี้ ออกแบบเกมส์เพลย์ได้ง่ายมาก
ง่ายซะจนจากการที่จบเกมส์ภาษาเกมส์หนึ่ง จากที่เคยเป็นเรื่องยาก
กลายเป็นเรื่องที่ใครก็จบได้ง่ายๆ เล่นไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็จบ
สิ่งที่ยากๆและเป็นความลับของเกมส์
สงวนให้กับพวกคอเกมส์ภาษา Hard Core
บอสลับ อาวุธสุดยอด ไอ้นู่น ไอ้นี่ จิปาถะ
อยากได้ ก็ลงทุนทนเล่นเอง
ยุคนี้ สถานการณ์ วงการเกมส์ภาษาบ้านเรา
เออ....อืม....อ่า....
...
..
.
นี่คือประโยคสนทนาของเกมเมอร์สองท่าน
ที่ผมไปได้ยินโดยบังเอิญ
ณ ชานชลาสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หัวลำโพง
คอเกมส์คอนโซล : "เฮ้ย !!!! เมื่อคืน ข้าเล่นไฟนอลสิบ จบแล้ววะ
บอสใหญ่ แม่งโคตรกระจอกเลย"
คอเกมส์ออนไลน์ : "อ่อนวะ!!!! เก่งแต่ในเกมส์ออฟไลน์ ได้อะไรขึ้นมาวะ
สมัยนี้มันต้องออนไลน์โว้ย "
edit @ 2006/11/01 17:29:36
) ไม่ค่อยได้เปิดกว้างทางข้อมูลเท่าไหร่ส่วนใหญ่เล่นอยู่กับบ้านเท่านั้น...แต่ไม่ใช่ไม่เก่งนะครับเพียงแต่ความเก่งของเราไม่มีใครมารับรู้ก็เท่านั้น

#1 By ☻♥♂§▬ฮ่าฮ่าฮ่า▬§♀♥☻ on 2006-05-19 20:03